ReadyPlanet.com
dot
dot
พิธีการศุลกากร
dot
bulletพิธีการนำเข้าสินค้า
bulletพิธีการส่งออกสินค้า
bulletกฎหมายศุลกากร
bulletการนํารถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รถของไทย) ออก-เข้า ชั่วคราว ทางด่านพรมแดนติดต่อกับต่างประเทศ
dot
AEC
dot
bulletโครงการพัฒนาผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของกลุ่มจังหวัด เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
bulletASEAN Economics Community
dot
เครือข่ายศุลกากร
dot
bulletกรมศุลกากร
dot
ศุลกากรภาคที่ 1
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่1
bulletด่านศุลกากรอรัญประเทศ
bulletด่านศุลกากรจันทบุรี
dot
ศุลกากรภาคที่ 2
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2
bulletด่านศุลกากรมุกดาหาร
bulletด่านศุลกากรนครพนม
bulletด่านศุลกากรบึงกาฬ
bulletด่านศุลกากรช่องเม็ก
bulletด่านศุลกากรท่าลี่
bulletด่านศุลกากรเชียงคาน
bulletด่านศุลกากรเขมราฐ
dot
ศุลกากรภาคที่ 3
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่3
bulletด่านศุลกากรแม่สาย
bulletด่านศุลกากรแม่สอด
bulletด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่
bulletด่านศุลกากรเชียงของ
dot
ศุลกากรภาคที่ 4
dot
bulletสำนักงานศุลกากรภาคที่4
bulletด่านศุลกากรสะเดา
bulletด่านศุลกากรภูเก็ต
bulletด่านศุลกากรเบตง
bulletด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก
bulletด่านศุลกากรปาัดังเบซาร์
bulletด่านศุลกากรสงขลา
dot
ข้อมูลอื่นๆ
dot
bullet การประสานงานกับ จนท.พาสี สปป.ลาว เกี่ยวกับการเดินทางผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว
bulletการใช้ชื่อ TCES แทนการเรียกชื่อระบบ e-Customs ของไทย
dot
หนังสือพิมพ์
dot
bullet เดลินิวส์
bulletไทยรัฐ
bulletมติชน
bulletสยามรัฐ
bulletไทยโพสต์
bulletข่าวสด
bulletคม-ชัด-ลึก
bulletประชาชาติธุรกิจ
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletโพสต์ทูเดย์


จังหวัดหนองคาย


ประวัติด่านศุลกากรหนองคาย

ความเป็นมาดั้งเดิม

จังหวัดหนองคาย เดิมเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่ง ตามพงศาวดารกล่าวว่า เมื่อ ..2321 พระยาจักรี และพระยาสุรสีห์ยกทัพไปตีเมืองลานช้าง (เวียงจันทน์) โดยผ่านทางเรือจากนครจำปาศักดิ์ ตีได้เมืองนครพนม และ เมืองหนองคาย” ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 3 พุทธศักราช 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทน์แข็งข้อไม่ยอมอ่อนน้อมต่อไทย ยกทัพลงไปตีกรุงเทพฯ ถึงเมืองนครราชสีมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาราชสุภาวดีซึ่งต่อมาคือ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็นแม่ทัพต่อสู้กับเจ้าอนุวงศ์จนได้รับชัยชนะ แล้วโปรดเกล้าให้บำเหน็จความดีความชอบแก่แม่ทัพนายกอง โปรดเกล้าให้ท้าวสุวอ (บุญมา) อัครฮาด หลานเจ้าพระยาวิชัยราชขัติยวงศา (หน้า) เจ้านครจำปาศักดิ์ เลือกเมืองพานพร้าว เมืองเวียงคุก เมืองปะโค และบ้านไผ่ ตั้งเป็นเมืองขึ้นใหม่ ท้าว สุวอ (บุญมา) เห็นว่าบ้านไผ่เหมาะสมที่จะเป็นเมืองมากกว่าเมืองอื่น  ซึ่งพระราชสุภาวดีตรวจดูแล้วเห็นพ้องด้วย จึงพระราชทานนามว่าเมืองหนองคาย และโปรดเกล้าฯ ท้าวสุวอ (บุญมา) เป็นพระปทุมเทวาภิบาล ครองเมืองหนองคาย ตั้งแต่จุลศักราช 1189 ..46 พุทธศักราช 2370  เป็นต้นมา

ในครั้งนั้นการจัดเก็บภาษีอากรใช้วิธีประมูลผูกขาดตัดตอน ผู้ได้รับอนุญาตให้ผูกขาดในการจัดเก็บภาษี เรียกว่า “เจ้าภาษี” และเรียกสถานที่ตั้งเก็บว่า โรงภาษี” สถานที่สำหรับเจ้าพนักงานไปดักตรวจตราคนเข้าออก สดับตรับฟังข่าวเหตุการณ์บ้านเมือง และตรวจตราไม่ให้มีการลักลอบค้าอาวุธหรือของต้องห้ามเรียกว่า ด่านและเรียกผู้เป็นหัวหน้าว่า ขุนด่านโรงภาษีกับด่านจึงแยกกันเป็นเอกเทศ สถานที่ทั้งสองแห่งอยู่ห่างไกลกันไม่สะดวกแก่ราษฎรในการติดต่อ ในสมัยรัชกาลที่ 4  จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ฯ ว่าที่สมุหกลาโหม ออกหมายประกาศเมื่อ วันที่ 5121 ปีฉลู สัปตศก จุลศักราช 1227 สั่งว่า ตั้งแต่นี้สืบไปให้บังคับเจ้าภาษีให้ยกโรงภาษีบรรดาตั้งเก็บเรียกอยู่  แขวงหัวเมืองให้มารวมตั้งติดอยู่กับด่านจงทุกแห่งทุกตำบล ราษฎรจอดด่านแล้วให้เจ้าภาษีมาตรวจดูสิ่งของที่ต้องตามภาษี ให้เจ้าภาษีเรียกเก็บเอาแต่ราษฎรตามพิกัดท้องที่ เมื่อเจ้าภาษีมีความวิวาทราษฎรจะได้อ้างชาวด่านเป็นพยาน ถ้าชาวด่านจับของต้องห้ามได้หรือชาวด่านวิวาทกับราษฎรจะได้อ้างเจ้าภาษีเป็นพยานห้ามมิให้ภาษีแยกย้ายตั้งอยู่ห่างจากด่านเหมือนแต่ก่อนเมืองหนองคายจึงกำหนดให้ด่าน และโรงภาษีมาตั้งรวมกันที่บริเวณเดียวกัน สันนิษฐานว่าตั้งอยู่บริเวณท่าเรือตลาดหลวง และท่าเทียบเรือวัดหายโศก ตำบลมีชัย อำเภอเมือง ในปัจจุบัน

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เลิกวิธีประมูลผูกขาด เป็นรัฐบาลจัดเก็บเอง ด่าน” และ โรงภาษีจึงเปลี่ยนเป็น ด่านภาษี” และต่อมาได้กลายเป็น  ด่านศุลกากร”  จนทุกวันนี้

พุทธศักราช 2420 พระปทุมเทวภิบาล (เคน) เป็นเจ้าเมืองหนองคาย พวกฮ่อได้รวมกำลังกันเข้าเป็นจำนวนมาก ตีเมืองเวียงจันทน์ได้ และตั้งกองบัญชาการขึ้นที่เมืองเวียงจันทน์ ขณะนั้นเจ้าเมืองไม่อยู่ ได้มอบให้ท้าวจันทน์ศรีสุราชรักษาเมืองแทน เมื่อพวกฮ่อยกพลมุ่งหน้าสู่เมืองหนองคายท้าวจันทน์ศรีสุราชพาครอบครัวหนีไปอยู่บ้านสามพร้าว จังหวัดอุดรธานี ทางด้านเมืองโพนพิสัย  พระยาพิไสยสรเดช (หนู) กับกรมการเมือง และราษฎรก็พากันหนีออกจากเมืองไปด้วย ทางกรุงเทพฯ เมื่อได้ทราบข่าวก็มีพระบรมราชโองการให้พระยามหาอำมาตย์ ซึ่งตั้งทัพปราบฮ่อที่เมืองอุบลราชธานี ยกทัพเข้าเมืองหนองคายเพื่อป้องกันเมือง และสั่งให้จับท้าวจันทน์ศรีสุราช และพระยาพิไสยสรเดชประหารชีวิตเสียทั้งคู่ เสร็จแล้วพระยามหาอำมาตย์เกณฑ์กำลังจากหลายหัวเมือง เช่น นครพนม อุบลราชธานี เขมราฐ เป็นต้น ยกไปตีเมืองเวียงจันทน์ที่ฮ่อยึดไว้ได้ และกวาดต้อนเชลยจากเวียงจันทน์มาสู่เมืองหนองคาย ครั้งพุทธศักราช 2427 พวกฮ่อรวมกำลังหวนกลับมาอีก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมทรงคุมกองทัพขึ้นไปสมทบปราบฮ่อ ซึ่งตั้งมั่นอยู่ที่เมืองเชียงขวาง และทุ่งเชียงคำ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม จึงดำรัสให้พระอมรวิไสยสรเดช (โต บุนนาค)  ยกทัพไปสมทบปราบฮ่อ คราวนี้กองทัพไทยเอาปืนใหญ่ยิงเข้าไปในค่ายของฮ่อ ฮ่อเกิดสับสนอลหม่านในที่สุดก็แตกหนีไป กองทัพไทยจึงกลับเมืองหนองคาย เมื่อเหตุการณ์สงบเรียบร้อยแล้ว กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมจึงโปรดให้สร้างอนุสาวรีย์ปราบฮ่อขึ้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นอนุสรณ์วีรกรรมทหารหาญที่ได้สู้รบกับพวกฮ่อและบรรจุอัฐิของผู้เสียชีวิตในการสู้รบ

..2434 ภายหลังปราบกบฏฮ่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม  เป็นสมุหเทศาภิบาลประจำมณฑลลาวพวน (ต่อมาเป็นมณฑลฝ่ายเหนือ  และมณฑลอุดร) ตั้งที่ทำการมณฑลอยู่ที่เมืองหนองคาย ..2436 ภายหลังเหตุการณ์ ..112 ไทยเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส จึงได้ย้ายที่ทำการมณฑลไปตั้งอยู่บริเวณบ้านเดื่อหมากแข้ง และตั้งเป็นมณฑลอุดรมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ..2457 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ โดยให้ยกเลิกระบบเจ้าปกครองนคร  ในวันที่ 1 เมษายน 2458 จึงโปรดเกล้าให้ประกาศตั้งเมืองหนองคายขึ้นเป็นเมือง โดยมีข้าหลวงปกครองคนแรกชื่อว่าพระยาสมุทรศักดารักษ์ (เจิม วิเศษรัตน์)

การบังคับบัญชาด่านภาษีในครั้งนั้นยังขึ้นต่อข้าหลวงปกครอง อัตราการจัดเก็บภาษียังคงเป็นภาษีร้อยชักสามตามสนธิสัญญาบาวริ่งซึ่งได้ให้สัตยาบันกับอังกฤษ เมื่อวันที่  5 เมษายน ..2399  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราบจนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงตัดสินพระทัยเข้าร่วมรบกับฝ่ายพันธมิตรในมหายุทธสงครามโลกครั้งที่ 1  เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ..2460 และเป็นฝ่ายมีชัยชนะ ทำให้ไทยมีสิทธิเสียงพูดจากร้องอุทธรณ์เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมและเสมอภาคในเรื่องสิทธิสภาพนอกพระราชอาณาจักรเขต และสิทธิในการเก็บภาษีศุลกากรให้เท่าเทียมกับนานาอารยะประเทศ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระยาสรรพกิจปรีชา อัคราชทูตสยามกรุงโรมเป็นผู้แทนรัฐบาลสยาม ลงนามในหนังสือสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพิธีการศุลกากรกับโปรโตคล พร้อมกับผู้แทนรัฐบาลนานาประเทศที่กรุงเยเนวา  เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนพ..2469  เป็นต้น  สืบไปเป็นผลให้ประเทศไทยรับสิทธิในการเก็บภาษีศุลกากรเท่าเทียมกับนานาประเทศ และได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติพิกัดอัตราศุลกากรฉบับปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่26มีนาคม ..2469 ราชการศุลกากรจึงได้มีการจัดระเบียบ และปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้ทันสมัยมาตามลำดับ

ด่านศุลกากรหนองคาย เป็นด่านศุลกากรทางบกมีเขตแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นเขตแดน  ในอดีตเป็น "ด่านเก็บภาษี"  ตั้งขึ้นเมื่อปี .. 2458 ขึ้นอยู่กับข้าหลวงปกครอง (เจ้าเมืองหนองคาย) ในปีเดียวกันนั้นเอง ได้มีการโอนด่านเก็บภาษีจากกระทรวงมหาดไทยไปขึ้นกับกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ สังกัดกรมสรรพากร  จนกระทั่งปี ..2462  ได้มีการโอนด่านเก็บภาษีจากกรมสรรพากรไปขึ้นกับกรมศุลกากร ตั้งแต่นั้นมา "ด่านภาษีหนองคาย" จึงสังกัด  กรมศุลกากร และในปี 2481 ได้มีกฎกระทรวงการคลัง ฉบับที่ ลงวันที่ 30 มกราคม ..2481  กำหนดเขตด่านศุลกากรหนองคาย  และกำหนดให้ด่านศุลกากรหนองคายเป็นท่าหรือที่สำหรับการนำของเข้าและ   ส่งของออกได้ทุกประเภท อีกทั้งได้มีกฎกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม ..2486 กำหนดด่านพรมแดนท่าบ่อ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ขึ้นกับด่านศุลกากรหนองคาย ในระยะแรกได้ฝากให้กรมสรรพากรเป็นผู้ดูแลด่านศุลกากรหนองคาย จนกระทั่งปี ..2485 กรมศุลกากรได้แต่งตั้งนายสิทธิ  สิทธิพงษ์ ไปปฏิบัติหน้าที่นายด่านศุลกากรหนองคายเป็นคนแรก  แต่เดิมที่ทำการด่านศุลกากรหนองคายตั้งอยู่ที่ท่าเรือตลาดหลวง  ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดหนองคาย  เป็นอาคาร 2 ชั้น  สร้างขึ้นในปี ..2493  ชั้นบนเป็นที่ทำการของสำนักงานศุลกากรภูมิภาคที่ ส่วนชั้นล่างเป็นที่ทำการของด่านศุลกากรหนองคาย  และด่านตรวจพืชจังหวัดหนองคาย  แต่เนื่องจากพื้นที่คับแคบพ่อค้าประชาชนไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร  ประกอบกับอาคารดังกล่าวได้รับการอนุรักษ์เป็นอาคารประวัติศาสตร์ไม่สามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้  ด่านศุลกากรหนองคายจึงได้ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์ราชการจังหวัดหนองคาย  ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพ  อำเภอเมือง  จังหวัดหนองคาย  ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ..2535

 ปัจจุบัน 

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 ด่านศุลกากรหนองคายได้ย้ายที่ทำการจากถนนมิตรภาพ  อำเภอเมือง  จังหวัดหนองคาย มาปฏิบัติงานที่อาคาร ด่านศุลกากรหนองคาย(ชั่วคราว) ถนนเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย แล้ว เนื่องจากที่ทำการเดิม มีพื้นที่จำนวน 8 ไร่ สถานที่คับแคบ ไม่สามารถปรับปรุงสถานที่หรือก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมเพื่อรองรับการปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้นได้ จึงได้ย้ายมาปฏิบัติงานที่อาคารด่านศุลกากรหนองคาย(ชั่วคราว) ภายในพื้นที่ก่อสร้างด่านศุลกากรหนองคายแห่งใหม่ บนพื้นที่ 40 ไร่ ซึ่งด่านฯ ได้รับงบประมาณจากกรมศุลกากร จำนวน 220 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2559-2562 เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรหนองคายและลานตรวจสินค้าแห่งใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างประกอบ

       

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ด่านศุลกากรหนองคาย ถ.เฉลิมพระเกียรติ ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย 43000 โทร. 042-990900 โทรสาร. 042-990906 email 73110000@customs.go.th